US Visa

เมื่อต้องขอวีซ่าไปสหรัฐอเมริกาในฮอลแลนด์

เรื่องมันมีอยู่ว่ามี study trip ของมหาลัย ที่จะพาไป Georgetown, Washington DC ก็เลยจำเป็นต้องขอวีซ่าขึ้นมา วีซ่าที่ต้องขอเป็นประเภท B1/B2 คือสำหรับท่องเที่ยวและธุรกิจ

ถึงตรงนี้เริ่มอิฉฉาพวกเพื่อนญี่ปุ่น เกาหลี หรือไต้หวันนั้น สบายมาก เพราะไม่จำเป็นต้องทำ

จากที่ได้ฟังประสบการ์ณคนอื่นๆที่ไปขอที่สถาณทูตอเมริกาในไทยมาก็รู้สึกว่ากลัวมาก กลัวต้องกลับมาทำใหม่อีกรอบ เลยเตรียมตัวไปพร้อมมาก

แต่ประสบการ์ณจริงที่เจอมาก็คือ มันง่ายกว่าที่คิดแฮะ เลยขอจดประสบการ์ณไว้ซักหน่อย

เกร็ดเล็กน้อย

– จริงอยู่ที่สถาณทูตทุกประเทศอยู่รวมกันในกรุงเฮก แทนที่จะเป็นเมืองหลวงอัมสเตอดัม แต่ในการขอวีซ่าเราต้องไปที่ US consulate ที่อัมสเตอดัมอยู่ดี

– อยู่ไกล้ Van Gogh museum กับ Rijksmuseum มาก

– เวลานัดนี่มันไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น เพราะไปถึงรปภก็เรียกตามคิว

– ถึงจะถึงเวลานัดแล้ว แต่ถ้าพกอุปกรณ์อิเลคโทรนิคมา จะโดนไล่ไปรอจนกว่าทุกคนจะเข้าไปหมดแล้ว (เพราะงั้นมือถือแทบเบล็ตไรพวกนี้ฝากไว้กับคนอื่นซะ)

– ตัวสถานที่เล็กมาก อาจจะเป็นเพราะเป็นแค่ consulate

– เจ้าหน้าที่ใจดีกว่าที่คิด คนที่เจอเพิ่งไปเที่ยวไทยมา ก็เลยชวนคุยแต่เรื่องเมืองไทย (เกิดเป็นคนไทยมันดีตรงนี้นี่เอง)

– ตู้กดน้ำอัดลมข้างในถูกมาก โค้กกระป๋องละ 0.6 ยูโรเท่านั้น!!!

– ข้างในมีตู้ถ่ายรูป ราคาไม่แพง เพราะงั้นใครกลัวรูปไม่ผ่านก็หายกังวลไปได้

– สำหรับวีซ่าประเภทนี้ คนไทยได้มากสุดสิบปี คนอินโดห้าปี คนจีนปีเดียว (เพื่อนจีนซวยไป)

– ใช้เวลาราวๆ ชั่วโมงครึ่งก็เสร็จละ

– วันที่ไปทำคือเช้าวันศุกร์ วันเสาร์รุ่งขึ้นเที่ยงๆไปรษณีก็เอามาส่งแล้ว (แต่ต้องอยู่เซ็นรับนะ)

– ที่แย่ที่สุดคงเป็นตอนโทรนัด เพราะต้องให้บัตรเครดิตและเสียตังราวๆ 15 Euro แถมต้องจ่ายก่อนพูดด้วยนะ จากประสบการ์ณผมกับเพื่อนสายหลุดระหว่างคุยด้วย และตอนเพื่อนโทรไปสำเนียงจีนเจ้าหน้าที่ฟังไม่รู้เรื่องเลยบอกให้โทรมาใหม่ (โทรมาใหม่ก็คนพูดคนเดิมไม่ใช่หรอฟะ -.-)

ขั้นตอนโดยละเอียดกับเอกสารที่ต้องใช้ก็เข้าไปดูได้ที่เว็ป

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *