Brave New World

Startup แบบไหนกันที่ทำให้เหล่า Venture Capitalist อยากจะลงทุนด้วย Howard Hartenbaum ได้พูดถึงหัวข้อนี้ไว้ในงาน TechVenture 2014 ที่สิงค์โปร์ ตัวของ Howard เองนั้นเคยทำ Startup และผันตัวเองมาเป็น Venture Capitalist กว่าสิบสองปีมาแล้ว โดยเคยลงทุนกับ Skype ในช่วงแรกๆและได้กำไรไปมากหลังจาก skype ขายกิจการ

ตัวเขาเองไม่ชอบธุรกิจแบบ Better, Faster, Cheaper กล่าวคือเป็นธุรกิจที่อยู่ในตลาดที่มีอยู่แล้วและมีคู่แข่งเยอะ โดยเป็นธุรกิจที่ก๊อปเขามาแต่ดัดแปลงนิดๆหน่อยๆ

เขาชอบธุรกิจ Brave new world ธุรกิจจำพวกนี้อาจจะฟังดูไอเดียแปลกๆในช่วงต้น โดยไม่ค่อยจะมีคนเข้าใจหรือคิดว่ามันจะมีตลาด แต่สำหรับ Venture capital แล้วมันเป็นไปได้ที่ startup เหล่านี้อาจจะกำลังสร้างอนาคตที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน ซึ่งเขายกตัวอย่างเช่น

  • evernote ที่ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นทางเลือกในการจดโน๊ตแต่แรก แต่บอกว่าตัวเองเป็น external harddisk สำหรับสมอง
  • Salesforce ใครจะบ้าเอาข้อมูลฝ่ายขายของตัวเองไปอยู่บนเซอเวอร์คนอื่นและให้คนนอกจัดการให้
  • Skype ที่มีวิสัยทัศน์ให้ตัวเองเป็นระบบแทนโทรศัพท์ทั่วไปทั้งหมด
  • Airbnb ใครจะบ้าให้คนอื่นมานอนเตียงตัวเอง
  • snapchat ที่ขัดกับโลจิคการถ่ายภาพมาก เพราะปรกติคนเราจะถ่ายแล้วเซฟหรือปริ๊น แทนที่จะทำให้มันหายไปเลย
  • ไอเดียที่ Brave new world อย่างเดียวไม่พอ เพราะจะมีคู่แข่งมาร่วมแน่ๆ เขาบอกว่าใครได้เป็นที่หนึ่งจะได้เงินไป ที่สองจะแค่เสมอตัว และที่สามจะขาดทุนละ

เพื่อที่จะชนะในโลกใหม่นี่ได้เราต้องมี

  • core technology – สิทธิบัตรไม่ช่วยอะไรในเคสนี้ เขากำลังพูดถึงการที่เรามีทีมที่เยี่ยมในการทำเทคโนโลยีนี้ขึ้นมา
  • content – ยูทูปเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะมีเนื้อหาเยอะมาก เวลาใครจะหาวีดิโอคงไม่ไปหาที่อื่น
  • marketplace rating barrier – เช่น trip advisor มีคนช่วย rate แต่ละสถานที่ให้แล้วในสเกลที่เยอะมากๆ รายใหม่เข้ามาก็สู้ยาก
  • network effect – คือการที่มีคนใช้เพิ่มขึ้นมากเพราะอีกคนใช้ อย่างเช่นเราเล่น facebook หรือ line เพราะเพื่อนหรือแฟนใช้

ตามไปดูวีดิโอเต็มๆกันได้ที่นี่ครับ

Related posts:

One Reply to “Brave New World”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *