สิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ จากการทำสตาร์ทอัพ

ปีนี้เป็นปีที่สามแล้ว กับชีวิตอดีตพนักงานบริษัท consult ด้าน IT ที่พลิกผันมาทำสตาร์ทอัพที่ชื่อว่า RushBike (ตอนนี้เปลี่ยนชื่อละ ชื่อใหม่คือ SendRanger) ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงจะไม่เชื่อว่าอนาคตจะมาทำธุรกิจของตัวเอง ลองมองย้อนผ่านไปมีหลายโมเม้นเหมือนกันที่แทบจะไม่เชื่อตัวเอง ว่าจะได้เจอเรื่องเหล่านี้ที่ไม่คิดว่าจะได้เจอใน corporate life ไม่รู้ว่ามันจะน่าตื่นเต้นหรือเปล่านะ แต่สำหรับผมแต่ละอย่างตอนที่เจอขอบอกว่าตื่นเต้นมากๆ

ได้ไป JFDI

Rushbike JFDI Funding

แต่ก่อนก็คอยตามอ่านบล็อกพี่ NuuNeoi คนดังตลอดอยู่แล้วและก็เคยอ่านตอนที่พี่เขาได้ไป Startup Incubator ที่ชื่อว่า JFDI (Joyful Frog Digital Incubator) แต่ก็ไม่ได้คิดว่าวันหนึ่ง เราจะได้ไปแบบนั้นบ้าง การที่ผมได้รับเลือกให้ไปเข้า bootcamp เปิดบริษัทที่สิงคโปร์ ได้รับเงินลงทุนจากที่นี่ มันเป็นอะไรที่เหมือนฝันมากและยากที่จะปฏิเสธ ถึงกับต้องทิ้งตั๋วไปเที่ยวญี่ปุ่นกับที่บ้านไป ก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน

มีบัตรธนาคารบริษัทของตัวเองใบแรก

OCBC

อันนี้ไม่รู้ว่ามันปรกติอยู่แล้วรึเปล่าที่เราจะมีบัตร ATM ของบริษัท ที่มีโลโก้บริษัทเราอยู่บนบัตรด้วย ตอนที่เปิดบัญชีบริษัทกับธนาคารเขาบอกให้อัพโหลดโลโก้บริษัทให้เขา เราก็แบบเฮ้ย ตกใจ มีบริการแบบนี้ด้วยหรอ ได้มาพกไว้ก็รู้สึกเก๋ไม่เบา

Present ต่อหน้า Investors และรัฐมนตรีสิงคโปร์

Rushbike JFDI Demo Day

Rushbike JFDI Demo Day

ต้องยอมรับใน Connection ของ JFDI เขาเหมือนกัน ที่สามารถเรียกนักลงทุน venture capital ดังๆ มาฟังพวกเรา pitch ในวัน Demo Day ได้ (เหมือนกับวันพรีเซนต์ใหญ่ หลังจากเข้าโปรแกรมจนครบกำหนด) แม้แต่ venture ดังๆ จากฝั่งอเมริกาอย่าง sequoia ก็มา และก็มีรัฐมนตรี  Dr Yaacob Ibrahim, Minister for Communications and Information มาร่วมนั่งฟังด้วย ซึ่งก็เป็น event ใหญ่ ที่พวกเราฝึกซ้อมพรีเซนต์กันทุกอาทิตย์ก็เพื่อวันนี้ละ

พบกับคนดังๆ ในแวดวงสตาร์ทอัพ

ปรกติผมจะอยู่ในฐานะของผู้เสพข่าว และจะได้ยินเรื่องราวของคนดังในวงการ เช่น พี่หมู Ookbee, พี่กระทิง, พี่ Nuuneoi, พี่ป้อม pawoot Tarad.com อยู่เรื่อยๆอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยได้เจอตัวเป็นๆ ซักที เลยรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้นัดพบเพื่อนำเสนอธุรกิจของเรา ทั้งหมดนี้ที่ได้พบก็มาจาก JFDI connection ทั้งนั้น

มีคนเขียนถึงในหนังสือ

มีเพื่อนส่งมาให้ดู ว่ามีหนังสือเกี่ยวกับสตาร์ทอัพเขียนถึง RushBike ไว้ เกี่ยวกับที่ได้ไป JFDI เสียดายจำไม่ได้ว่าหนังสือเล่มนั้นชื่ออะไร อยากจะไปซื้อเก็บมาซะหน่อย

ลงหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ

อันนี้นับว่าโชคดีมาก จริงๆ แล้วพอดีเขามาสัมภาษณ์สตาร์ทอัพอีกบริษัท Shipyours ที่ทำอยู่ในออฟฟิศเดียวกัน แล้วเขาเลยชวนเราสัมภาษณ์ เรียกได้ว่าไม่ทันตั้งตัวและได้โอกาสมาอย่างฟลุ๊คๆ ก็เป็นการลงหนังสือพิมพ์ครั้งแรกครับ ถึงกับไปซื้อมาเก็บไว้เลย

ลงนิตยสาร Brand Age

 

 

Rushbike BrandAge page2

หนังสือพิมพ์ก็ตกใจล่ะ คราวนี้ได้ลงนิตยสาร Brand Age ซึ่งสมัยก่อนเราก็เคยซื้ออ่านอยู่บ้าง เพราะชอบเนื้อหา มาวันนี้ได้มีโอกาสลงกับเขาบ้างแฮะ

ออกทีวี

rushbike komchadluk TV

Rushbike thairath TV

ถึงจะเคยออกทีวีมาครั้งนึงแล้วในรายการ …. เรื่องเรียนต่อ แต่ก็ยังตื่นสัมภาษณ์อยู่ดี เพราะไม่ได้มีโอกาสแบบนี้บ่อยๆ ก่อนไปสัมภาษณ์ก็เตรียมตัวไประดับนึงนะ แต่พอขึ้นกล้องเท่านั้นละพูดอะไรออกไปจำไม่ได้เลย 555 ยอมรับว่ากลับมาดูคลิปพวกนี้น้อยมาก รู้สึกเขินที่เห็นตัวเองในคลิป สำหรับการออกรายการสวัสดีอาเซียน ก็ต้องขอขอบคุณน้องกุ๊ฟกิ๊ฟเจ้าเก่า ที่ช่วยพี่คนนี้พลักดันธุรกิจ ส่วนที่ออกรายการไทยรัฐทีวี ก็ต้องขอขอบคุณทั้ง AIS the startup และ ไทยรัฐทีวี ที่ให้ความกรุณามาด้วยครับ

ร่วมงานแถลงข่าวกับ รมต ท่องเที่ยว

Rushbike Songkran digital AIS tourism

Rushbike Songkran digital AIS tourism 2

อันนี้ก็เป็นอีกประสบการณ์ดีๆ ที่ AIS the startup ให้มา เนื่องด้วยทาง AIS ร่วมกันจัดงาน สงกรานต์ Digital เพื่อให้สอดคล้องกับ Roadmap ของรัฐบาล เลยนำ Startups ในสังกัดไปร่วมแถลงด้วย ก็ไม่เคยมาในงานแถลงกับรัฐมนตรีเหมือนกันครับ สิ่งที่ได้รู้ก็คือ นักข่าวยิงคำถามโหดมาก (ถึงท่านรัฐมนตรีนะ ไม่ใช่ผม) อย่างเช่นคาดการณ์ว่านโยบายจะได้ผล กี่ % ไรแนวนี้ แอบคิดในใจว่าจะไปรู้ได้ยังไงข้อมูลพวกนี้

 

บรรยายที่หอประชุมวิศวะจุฬา

insight startup eng chula netherlands alumni

insight startup eng chula netherlands alumni

ใครจะไปคิดว่าวันนึงเราจะได้มีโอกาสมาบรรยายที่หอประชุมวิศวะจุฬา ในงาน Insights Start-up ที่จัดโดยสมาคมศิษย์เก่าเนเธอร์แลนด์ (โชคดีที่คนจบ Netherlands แล้วทำ startup อาจจะมีน้อยหน่อย เขาเลยไม่มีตัวเลือกมาก 555) ถึงจะไม่ใช่งานที่บรรยายให้นักนิสิตจุฬาโดยตรง แต่งานก็เปิดให้คนทั่วไปเข้าได้ ที่กดดันคือบรรดาศิษย์เก่าเนเธอร์แลนด์แต่ละท่านที่มา ซึ่งนับเป็นครึ่งนึงของห้องบรรยาย ดูน่าจะอายุมากกว่าพ่อผมทั้งนั้นเลย เลยจะพูดอะไรมั่วซั่วไม่ได้ จะว่าไปก็กดดันอีกอย่างคือโปรไฟล์ผู้บรรยายอีกสองท่าน คนนึงเป็นที่ปรึกษาของ True Incube และอีกคนเป็นเจ้าของ Tofu-san แต่สุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดี (คำถามเยอะมาก โดยเฉพาะผม โดนจากทั้งผู้ฟังและผู้บรรยายด้วยกันเอง 555)

 

เขียนไว้กันลืม

จริงๆ เรื่องเหล่านี้ พอมีครั้งที่สองครั้งที่สาม ก็เริ่มรู้สึกธรรมดาละ เลยอยากเขียนไว้ให้ตัวเองจำได้ว่า ตอนนั้นเคยตื่นเต้นกับมันขนาดไหน มาตอนนี้ย้อยกลับไปก็ไม่นึกเสียใจที่มาทางนี้นะ ถึงแม้จะล้มลุกคลุกคลานและเสียเงินไปเยอะ แต่ประสบการณ์แต่ละอย่างที่ได้กลับมานี่ถือว่าคุ้มสุดๆ

 

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *