สวัสดี 2014

2013 ช่างเป็นปีที่มีอะไรเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน จากชีวิตพนังงานบริษัทสี่ปีสู่การลาออกมาเรียน MBA ที่เนเธอร์แลนด์ ก็ขอจดไว้หน่อยเป็นการมองดูตัวเองในปีที่ผ่านมานี้

Tias-graduation-Tilburg-Hall

 

MBA

  • สนุกมากๆ การได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเป็นความรู้สึกที่ดีเสมอสำหรับผม จริงๆก็เรียนมาตั้งแต่เกิดจนมหาวิทยาลัยแหละ แต่การไปทำงานถึงสี่ปีทำให้ลืม moment แบบนี้ไปแล้วจริงๆ
  • ครึ่งหนึ่งเป็นความรู้ที่ได้จาก Lecture อีกครึ่งหนึ่งได้จากเพื่อนร่วมเรียน การมีเพื่อนๆที่หลากหลายประสบการ์จากทุกมุมโลกมาแลกเปลี่ยนความคิดกันนี่มีค่ามาก ก่อนนี้เคยคิดอยากเรียนที่ไทยเพราะคิดว่าวิชาก็คงเหมือนๆกันและอยากจะประหยัดเงิน แต่ถ้าทำอย่างนั้นก็อาจจะพลาดตรงนี้ไป
  • Personal development program และ วิชา entrepreneurship ช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองให้ผมได้มาก ถึงขนาดกลับไทยแล้วเพื่อนทักว่าความคิดเราเปลี่ยนไป ขอยืมที่ Steve Jobs พูดมาหน่อยว่า “Everything around you that you call life was made up by people that were no smarter than you and you can change it, you can influence it, you can build your own things that other people can use.Once you learn that, you’ll never be the same again.”
  • โปรแกรมหนึ่งปีนี่สั้นไปหน่อย เหมือนทุกอย่างกำลังลงตัวแล้วก็ถึงเวลาที่แต่ละคนจะต้องแยกย้ายกันไป
  • ฝีมือการทำอาหารเพิ่มอย่างก้าวกระโดด จากคนไม่เคยทำอาหารเอง (เมืองไทยมันถูก ซื้อกินเอาง่าย) กลายเป็นต้องทำอาหารไทยเลี้ยงเพื่อนๆ ก็พึ่งโลโบ้บ้าง ทำเองบ้าง และด้วยความที่ขี้เกียจทำกินคนเดียวเลยทำกินรวมกับคนไต้หวันและญี่ปุ่นทุกวัน ทำให้พอจะทำอาหารชาติอื่นได้บ้าง

Management Project (หรือช่วงทำ Thesis + ฝึกงาน)

  • เพิ่งเคยอยู่ในห้องแบบไม่ออกไปไหนเลยเพื่อทำรายงาน ถึงสามสี่วัน โดยนอนตีสาม และตื่นเจ็ดโมงเช้าตลอดในช่วงท้ายๆ วันสุดท้ายที่ปั่นจักรยานไปส่งรายงานขากลับตะคริวกินและปวดขาไปเลย (เข้าใจว่าอยู่ในท่านั่งติดต่อกันนานๆ กินน้อย และขาดการออกกำลังกาย)
  • ตอนแรกไม่คิดว่าจะเสร็จทัน แต่อาจารย์ที่ปรึกษาพูดว่าเขาเชื่อว่าเราจะทำสำเร็จ สุดท้ายก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ (การมีคนเชื่อมั่นในตัวเรามันช่วยจริงๆนะ)
  • เลือกทำกับบริษัทแนว startup เพราะคิดว่าถ้าจบไปแล้วอาจจะไม่ได้ทำงานที่ไม่มั่นคงแนวนี้อีกแล้ว ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ดี แต่คิดว่าถ้าทำกับบริษัทใหญ่ๆน่าจะได้คะแนน (เนื่องมาจาก quantity และ quality ของข้อมูล) และลู่ทางในการหางานดีกว่านี้
  • สรุปเขียนจนจบ 15000 words ทันเวลา และเหนื่อยมาก ทำให้คิดว่าคงจะไม่เรียนพวก Doctoral degree แน่ๆ (อย่างน้อยก็ในเร็วๆนี้) เพราะชอบอะไรที่มัน practical มากกว่านั่งอ่านงานวิจัย

เที่ยวๆๆๆ

  • สมัยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนนั้น จะออกแนวประหยัดมากเลยไม่ค่อยไปเที่ยวประเทศรอบๆซักเท่าไร ทำให้เก้าปีหลังจากนั้นรู้สึกเสียดายมากว่าน่าจะตักตวงมากกว่านี้ รอบนี้เลยจัดไปหลายประเทศ ถึงแม้จะเรียนหนัก เพราะหลักสูตรหนึ่งปีมันแน่น แต่เราก็ไม่หวั่น เอาหนังสือไปอ่านในรถไฟ เครื่องบินตลอด
  • ประเทศที่ไปก็มี Belgium, Sweden, Germany, Italy, Austria, Switzerland, France, USA, Czech.
  • เป็นครั้งแรกที่ได้มาเหยียบทวีปอเมริกา (ไว้จะเขียนเป็นอีกตอน) ก็ต้องขอบคุณ TiasNimbas ที่พาไป study trip ที่สหรัฐอเมริกา
  • พบว่าถ้าเที่ยวหน้าหนาว จอง low cost airline ไม่ต้องงบเยอะก็เที่ยวได้
  • เริ่มเบื่อยุโรปละ หลังๆไปประเทศไหนๆเริ่มรู้สึกมันคล้ายๆกันไปหมดแล้ว ไปแต่ละเมืองก็ดูโบสถ์, city hall, old town, museum.

กลับไทย หนึ่งเดือน

  • มีเพื่อนที่เรียน MBA มาด้วยกัน เป็นไต้หวันสองคนกับอินโดอีกหนึ่งมาเที่ยวไทย เลยได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านพาเพื่อนๆเที่ยว เป็นที่มาของโพสนี้
  • เนื่องด้วยกลับมาแค่เดือนเดียว และไม่รู้จะกลับมาอีกเมื่อไร ก็เลยมีการนัดกินข้าวกับเพื่อนๆหลายก๊วนหลายงานมากตลอดทั้งเดือน กินทุกอย่างแล้วละ
  • ได้ไปออกรายการไปเรียนนอก เป็นประสบการณ์ที่สนุกดี ถือเป็นครั้งที่สองที่ได้ออกทีวี (จริงๆเคยออกทีวีครั้งแรกตอนเด็กๆในทีวีเวียดนามเกี่ยวกับชีวิตเด็กไทยในเวียดนาม)
  • ได้ไปช่วยโปรโมทมหาลัยในงาน Study in Holland และ มหกรรมศึกษาต่อต่างประเทศ OCSC International Education Expo 2013
  • มหาลัยขอให้ช่วยทำ Facebook page ภาษาไทยพร้อมค่าจ้าง 😀 ก็เลยจัดการนัดพบศิษย์เก่า แปลโบรชัวร์ และคอยโพสอัพเดท
  • สรุป intensive มากๆ ไม่ได้มีเวลาว่างๆให้คิดอะไรเลย ต้องกลับมาตั้งหลักที่เนเธอร์แลนด์ใหม่

หนังสือที่อ่าน

  • ที่สุดของ 2013 นี้ขอยกให้ The 7 Habits of Highly Effective People คือเพื่อนเคยนะนำมานานแล้วแต่ก็คิดว่าคงไม่มีอะไรมาก เป็นหนังสือทั่วไป แต่พอมานั่งอ่านดูจริงๆละชอบแนวคิดมาก และพยายามเปลี่ยนตัวเองในหลายๆด้านโดยยึดเอาหลักการหลายๆอย่างในหนังสือนี้
  • หนังสือของคุณ นรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ หลายเล่ม อย่าง “คู่มือมนุษย์ 2020”, “มหัศจรรย์แห่งกลยุทธ์ทางธุรกิจ”, “เริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว” (เคยเขียนเกี่ยวกับเล่มนี้ไว้แล้ว), “20 บริษัทจดทะเบียน”, “มนุษย์เศรษฐกิจ 3.0” ส่วนงานเขียนที่เหลือเคยอ่านไปหมดแล้ว
  • “ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น” เล่มนี้เห็นติดตลาดมานานแล้ว แต่ไม่เคยคิดจะซื้อ พอดีเพื่อนที่เป็นหมอแนะนำมาว่าอ่านแล้วสนุกดีเลยจัดมา ในฐานะที่เรียนสายวิทย์มาและเคยบวชแล้วก็เลยอ่านตามเรื่องราวได้เพลิน
  • “Delivering Happiness” เขียนโดย Tony Hsieh CEO ของ Zappos. อันนี้สนใจมานานแล้ว แต่ที่ซื้อมาดันเป็นเวอร์ชั่นการ์ตูน
  • “Digital Marketing for Everyone” และ “Music Marketing in the New Music Economy” สองเล่มนี้ซื้อมาเองเพื่อใช้ทำ Management project เล่มแรก practical มากเหมาะสำหรับคนทำธุรกิจเล็กๆของตัวเอง อ่านง่าย
  • “ความสุข ณ จุดที่ยืนอยู่” เล่มนี้เพื่อนสนิทแนะนำมา

Gadgets

  • ซื้อ Kindle Paperwhite มาไว้อ่านหนังสือโดยเฉพาะ ชอบมาก ทำให้อ่านหนังสือมากขึ้นเยอะ แต่ติดตรงหนังสือไทยไม่ค่อยมี
  • เอา iPad2 3G 32GB ไปเปลี่ยนเป็น iPad mini wifi 32GB โดยรวมแล้วเท่ากับไม่เสียตัง ไม่มีสามจีไม่เป็นไรแต่ขอเล็กลงเหอะ iPad2 พกลำบาก แถมหนักด้วย อันนี้แทน kindle ในการอ่านเอกสาร PDF ตอนเรียนได้ดี เพราะ kindle อ่าน pdf ได้แย่มาก และก็เอาไว้อ่านหนังสือไทยจาก AIS bookstore
  • ได้เวลาบอกลา Samsung Galaxy SII เผอิญได้อุปการะ Galaxy S4 มาฟรี เท่ากับว่าชีวิตนี้ยังคงเคยซื้อมือถือเองเครื่องเดียวคือ Galaxy S1 นอกนั้นรับของคนอื่นมาใช้ต่อตลอด (มันแพง ไม่อยากซื้อ) และกลายเป็นว่าใช้มาหมดแล้วทั้ง Galaxy 1,2,4 ขาดแค่ 3. ยังจำได้อยู่เลยว่าตอนแรกสุดอคติสินค้ายี่ห้อ Samsung มากๆ แต่ไปๆมาๆกลายเป็นยังงี้ซะได้

กลับมา Netherlands เพื่อหางาน

  • รู้สึกตัวเองไม่ค่อย active เท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเพราะยังพยายามถามตัวเองอยู่ว่าจริงๆต้องการทำอะไรในระยะยาว
  • งานไม่ได้หาง่ายๆ ในบรรดานักเรียนที่จบมาด้วยกันได้งานกันเป็นสัดส่วนที่ไม่เยอะ และส่วนใหญ่คนที่ได้จะมีประสบการณ์ทำงานมาก ส่วนหนึ่งเพราะว่าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศนี้ไม่ดี (เพื่อนบอกว่ายักษ์ใหญ่ของ Holland อย่างบริษัท Phillips หรือ Heineken ตั้งเป้าปลดพนักงานและชะลอการจ้างในปี 2014 นี้) และเราไม่ได้มีวีซ่าทำงานถาวร แต่ก็ทำวีซ่าหางานไปแล้ว 600 Euro. ก็ดูกันต่อไปว่าคิดถูกรึเปล่า
  • Christmas ได้กลับไปใช้เวลาช่วงคริสมาสอยู่กับโฮส family อีกเป็นปีที่สามติดต่อกัน เมื่อสิบปีที่แล้วสมัยมาแลกเปลี่ยนไม่เคยคิดเลยว่าจะได้กลับมาบ่อยขนาดนี้

จบห้วนๆแค่นี้ละครับ นึกอะไรออกอีกจะมาเขียนเพิ่ม

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *